ผู้เขียน หัวข้อ: พูดคุยกับ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ในฐานะที่ปรึกษาของ โปรเจ็คต์ “น้ำตาลแดง” ความร้อนแรง  (อ่าน 35 ครั้ง)

โกฮัง

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 400
    • ดูรายละเอียด


พูดคุยกับ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ในฐานะที่ปรึกษาของโปรเจ็คต์ “น้ำตาลแดง” ความร้อนแรงที่แสนท้าทาย เมื่อ 6 คนทำหนังรุ่นใหม่ทำหนังอีโรติกที่พูดเรื่อง “เซ็กส์”



Q.อยากให้พี่ปรัชเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของการเกิดโปรเจ็คต์อีโรติกอย่าง “น้ำตาลแดง”
P.ก็เริ่มจากพวกกลุ่มเด็กๆน้องๆนักศึกษาที่รู้จักกันมาตั้งนานแล้ว ได้มานั่งคุยกันเรื่องจะทำหนัง มีการแชร์ไอเดียกันโดยมีการเสนอไอเดียว่าถ้าจะทำหนังอีโรติกน่าสนใจไหม พี่ก็เลยบอกไปว่าถ้าจะทำหนังอีโรติกมันน่าสนใจดีนะสำหรับหนังใหญ่ฉายโรงด้วย แต่ด้วยการที่พวกน้องๆเองมีประสบการณ์การทำหนังสั้นกันมาก่อน ก็เลยบอกไปว่าทำเป็นหนังสั้นไปเลยซิเป็นตอนๆไป ในแนวอีโรติก  ซึ่งจริงๆแล้วคำว่าอีโรติก ส่วนตัวพี่เองสนใจมาตั้งนานแล้วว่า ประเทศไทยเราน่าจะมีหนังประเภทนี้สักทีหนึ่ง  หลังจากที่เรามีพรบ.เรื่องเรทติ้งด้วยแล้ว  เราลองมาพูดกันจริงๆสักทีหนึ่งว่าหนังอีโรติก จริงๆแล้วมันคืออะไร ไม่ใช่มองเป็นหนังขยะ ไม่ใช่มองเป็นสิ่งสกปรกอะไรอย่างนี้นะ  ก็เลยคิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้ว  ที่เป็นหน้าที่ของคนทำหนังที่จะต้องมานั่งคุยกันต้องให้ความรู้กับคนดูด้วยว่าหนังปะเภทนี้คืออะไร  เป็นศิลปะ มันเป็นยังไง  ก็เลยสนใจหนังประเภทนี้ก็เลยกะว่าจะทำกัน  ตอนแรกมีผู้กำกับมากกว่านี้อีก  แต่ก็มาลงตัวที่ 6 คน  เพราะฉะนั้นถ้าทำ 6 คนๆละตอนมันก็สั้นไป  ก็เลยแบ่งเป็นสองภาคเลย  เพียงแต่ว่านั่นแหละไม่พูดเรื่องงบ  ก็เลยเอามาคุยกับเสี่ยเจียง เสี่ยเจียงก็สนใจก็เลยทำ  ที่นี้คราวนี้พี่ไม่เอาเข้าบาแรมยูนะเพราะว่าตอนนี้เขามีความเข้มเรื่องบทมาก  แล้วพี่อยากให้บทมันดิบๆอยากให้แสดงถึงความต้องการของเด็กๆให้มากๆ  เพราะพวกเขาเรียนหนังกันมา  อีกอย่างหนึ่งตอนนี้เท่าที่พี่ทราบ ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ที่พี่ได้ไปสัมผัสมาคือ  มีเด็กที่เรียนทำหนังเยอะแล้วก็จบมาทุกปี แต่มันเข้ามาทำงานไม่ได้  ก็เลยคิดว่าอยากให้พวกนี้ได้มีโอกาสเข้ามา  สังคมจะได้เปิดรับพวกรุ่นใหม่ๆบ้าง
Q.มองว่าโปรเจ็คต์หนังในแนวทางของอีโรติกมันมีความท้าทายอย่างไรบ้าง
P.มันท้าทายตรงที่ว่าสังคมเราเนี่ยะที่ผ่านมามักจะมีทรรศนะต่อหนังแนวนี้ไม่ค่อยดีนัก  อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจหรือจากประสบการณ์ที่เขาอาจจะยังมองไม่ขาด  แล้วก็บวกกับสมัยก่อนกฎหมายของภาพยนตร์เรายังปิดกั้น  หนังแนวอีโรติกของต่างประเทศมันเลยยังไม่ได้เข้ามา  มันเข้ามาแต่หนังที่มีแต่ฉากโป๊ผสมเท่านั้นเอง  หนังแนวอีโรติกก็เลยไม่ชัดเจนในสังคมเรา  ก็เลยคิดว่ามันท้าทายต่อทรรศนะในสังคมเรา  ผมคิดว่า ด้วยความท้าทายตรงนี้มันเลยกลายเป็นว่าการลงมาทำโปรเจ็คต์นี้เป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ  มากกว่าการที่จะมองว่าเป็นการทำหนังที่มีฉากหวือหวา คือเรายกตัวอย่างหนังบางเรื่องที่เน้นขายฉากโป๊นะ  คนก็จะไปดูทีก็เป็นเรื่องใหญ่  เฮ้ยมึงกล้าไปดูมั้ย คนก็อายไง  พี่เลยอยากจะบอกจากการเกิดขึ้นของโปรเจ็คต์หนังเรื่องนี้ว่ามันเป็นศิลปะอย่างไร  แล้วก็ให้คนกล้าที่จะไปตีตั๋วดู


Q.ในมุมมองของคนทำหนัง มองว่า โปรเจคต์อย่าง “น้ำตาลแดง” มีความน่าสนใจตรงไหนอย่างไร
P.ข้อ 1 คือแนวหนัง  2 คือตัวนักแสดง  แต่ตัวผู้กำกับพี่ว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนอยากเข้ามาดู  คนก็จะรู้สึกเฉยๆกับหนังของผู้กำกับหลายคน หรือว่าหนังเป็นตอนๆ  เพราะคนก็เคยเห็นมาเยอะแล้ว  ก็คิดว่าน่าจะเป็นเนี่ยแหละแนวหนังที่เป็นแนวอีโรติก  แล้วก็นักแสดงที่เรารู้จักกันดีแต่ยังไม่เคยเห็นเล่นหนังแนวนี้  ก็เลยคิดว่าน่าสนใจ
Q.มั่นใจในตัวงานที่สะท้อนผ่านผู้กำกับและนักแสดงที่จะมาเป็นผู้ถ่ายทอดความท้าทายครั้งนี้อย่างไรบ้าง
P.ก็โดยส่วนตัวแล้วพี่มั่นใจมากกับผู้กำกับทั้ง 6 คน เพราะว่าตอนที่นัดเขาเข้ามาคุยกันจริงจัง  แล้วพี่ก็แบบเหมือนเทสต์ดูว่าคุณมาด้วยใจ  แล้วอยากทำหนังแบบนี้จริงๆรึเปล่าว   เพราะว่าบางคนอาจจะมีทรรศนะไม่ดีกับหนังแนวนี้ด้วยซ้ำ หรือว่าทำเพราะเพื่อที่จะได้มีโอกาสทำ  ซึ่งพี่ก็นั่งคุยว่าอีโรติกในแบบของคุณคืออะไร  ซึ่งทุกคนก็รู้ ก็เข้าใจ แล้วทุกคนก็เต็มใจที่จะเล่นกับมัน  พี่ก็เลยสบายใจ เพราะนั่นคือหน้าที่ของผู้กำกับ  ข้อ 2  คือตรงนักแสดงซึ่งยอมรับว่ายากมากๆ  จะว่าไปอุปสรรคที่ยากที่สุดก็คือนักแสดงที่จะเชิญมาเล่นหนังแนวนี้  อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลยนะผู้ชายก็ด้วย  บางคนเอาจริงๆแล้วไม่กล้าไง  บางคนอาจจะติดที่ทรรศนะด้วยว่าเอ๊ะ จะดูดีมั้ย  พ่อแม่จะว่ามั้ย  สังคมจะว่ามั้ย  แต่ก็มีเยอะที่เข้าใจ  แต่คราวนี้พี่อยากได้นักแสดงที่คือถ้าเป็นหน้าใหม่เลยเนี่ยะหาไม่ยากนะ  แต่ถ้าเป็นดาราที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วมีเครดิตอยู่แล้วเนี่ยะ  บางคนเขาก็จะกลัวกระทบกระเทือนเครดิตเขา  เพราะฉะนั้นเท่าที่คุยมามีบางคนที่น่าสนใจมากแต่ไม่ได้อยู่ในหนังเพราะด้วยเหตุผลต่างๆ  แต่เท่าที่ได้มาพี่ก็ชื่นชมอย่างน้องอุ้มลักขณา เราก็เห็นเขาเล่นหนังแบบนี้มาบ้างนะ  แต่เหมือนเขาเก็บประสบการณ์มาแล้วก็มาปล่อยเต็มที่ที่เรื่องนี้  พอพี่ดูหนังเขาพี่รู้สึกประทับใจเขามากๆเลย  แบบว่ารู้สึกชื่นชมเขาเลยนะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนังสั้นก็ตาม  แต่ดูแล้วแบบพี่เชื่อว่าเขาทำอาชีพนั้น   มันชื่อเรื่องปรารถนาพี่ดูแล้วเห็นว่าเขาส่งความปรารถนานั้นมาจริงๆ  ส่วนน้องปรางทองนี่แบบเจ๋งมากๆเลย  พอตอนเขาคุยกำผู้กำกับพอเขาเห็นสตอรี่บอร์ดแล้วเขาบอกว่าพี่หนูได้เลย  หนูก็เรียนศิลปะหนูรู้ว่านี่เป็นงาน  แล้วปรางทองเค้าก็เล่นแบบเต็มที่จริงๆถ้าใครได้ดูก็ต้องยอมรับเขา
Q.ในกระบวนการทำงานในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาของผู้กำกับหน้าใหม่ทั้ง 6 คนมีการให้คำแนะนำอย่างไรบ้าง
P.ก็ประมาณหนึ่ง  พี่ก็ดูหนังให้เขาหมดว่าเป็นยังไง  พี่ก็บอกว่าใครเป็นยังไง ก็ให้แสดงความเป็นตัวตนออกมา  อย่าไปเกร็ง ซึ่งเขาก็ส่งตัวคลิปมาให้ดู  คือต้องบอกก่อนว่าจริงๆแล้วพี่ไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือก้าวก่ายในตัวงานของเขา แต่จะคอยให้ข้อเสนอแนะ และปล่อยให้เขาได้ถ่ายทอดในสิ่งที่เขาต้องการจะบอกหรือนำเสนอออกมา คืออย่างบางคนอาจจะดูเกร็งไป  อาจจะใส่อะไรเยอะไป  พี่ก็ไม่ได้บอกให้เขาแก้นะ  แต่พี่แนะนำว่าอาจจะเลือกเรื่องเปลี่ยนเรื่องเลยดีกว่า  แล้วก็เล่าเรื่องแบบไม่ต้องเยอะ
Q.ถ้าให้ความหมาย “น้ำตาลแดง”ในมุมมองของพี่ปรัชคืออะไร
P.คือที่จริงมันมีความหมายของหนังเรื่องนี้มาก่อน  ก็คือคำว่าอีโรติกนี่แหละ  ซึ่งมันคือความรู้สึกปรารถนา  ซึ่งมันก็โยงไปทางด้านเรื่องเซ็กซ์นี่แหละที่มีอยู่ทุกคน  ส่วนน้ำตาลแดงก็เป็นชื่อที่ตั้งมาให้เป็น symbolic ของความหมาย  เพราะฉะนั้นความหมายของน้ำตาลแดงก็คือรสชาติที่เราปรารถนา   แต่การที่จะลิ้มรสชาตินี้ของแต่ละคนเนี่ยะไม่เหมือนกัน  วิธีการในการลิ้มรสไม่เหมือนกัน   แล้วรสชาติที่ลิ้มรสมาแล้วความรู้สึกที่เราตีความก็ไม่เหมือนกัน 
Q.อันนี้พี่ปรัชหมายถึงในแง่ของเซ็กซ์หรือว่าในแง่ของหนังแต่ละตอน
P.ในแง่ของเซ็กส์   เพราะพี่ว่าทุกคนต้องมีน้ำตาลแดง  ทุกคนจะต้องอยากกินน้ำตาลแดงหมด  น้ำตาลแดงมันไม่เหมือนน้ำตาลทราย  น้ำตาลปี๊บที่เรากินก๋วยเตี๋ยวก็เจอน้ำตาลทราย  แต่นานๆทีเราจะเจอน้ำตาลแดงสักทีหนึ่ง  แล้วทุกครั้งที่เราจะกินมันเหมือนเราจะหยุดคิด  เหมือนเราจะสนใจเป็นพิเศษ เราจะรู้สึกกับมันเป็นพิเศษอะไม่เหมือนน้ำตาลทราย  น้ำตาลปี๊บ  น้ำตาลอ้อย   เหมือนเราจะมีสุนทรีย์ในการลิ้มรสน้ำตาลแดง
ช่วยกันโพสต์แสดงความคิดเห็นกันหน่อยน่ะครับ