|
หลังโดนกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่วางระเบิดนครเครมลิน เจ้าหน้าที่หน่วย IMF อีธาน ฮันท์ถูกตัดหางปล่อยวัด รวมถึงเพื่อนร่วมหน่วยคนอื่นๆ เมื่อประธานาธิบดีสั่งเริ่ม "ปฏิบัติการไร้เงา" อีธานที่ตกอยู่ในสภาพไร้ทางออกหรือผู้สนับสนุน ต้องหาหนทางล้างมลทินให้กับหน่วยงานของเขา และปกป้องการโดนโจมตีอีกครั้ง แต่ที่ทำให้ทุกอย่างยุ่งยากซับซ้อนขึ้น อีธานถูกบีบให้ต้องรับภารกิจนี้ร่วมกับเพื่อนๆ ร่วมหน่วย IMF ซึ่งต่างต้องหลบหนีความผิด และแต่ละคนต่างมีแรงจูงใจส่วนตัวที่อีธานไม่อาจล่วงรู้ได้
มาพูดถึงเนื้อเรื่องกัน
เนื้อเรื่องค่อนข้างไม่มีอะไรใหม่ครับ ถ้าใครเคยดูภาค 1 – 3 ก็พอจะรู้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไร เนื้อหาค่อนข้างเดาได้ง่าย ไม่ค่อยมีอะไรให้แปลกใจเท่ากับภาคก่อนๆ (แต่ก็ไม่ใช้ว่าไม่มีนะครับ) ซึ่งตอนแรกผมค่อนข้างกลัวว่าหนังจะเดินตามสูตรเดิมกับภาค 1 – 3 แล้วจะทำให้หนัง น่าเบื่อ ไม่สนุกเพราะเหมือนว่าเราจับมุขของหนังได้แล้วว่าหนังจะไปทางไหน ซึ่งผมคิดผิดครับ ถึงแม้ว่าหนังจะเดินตามสูตรเดิม(สูตรสำเร็จ)ของหนังแนวนี้ซึ่งตอนจบเราก็คง เดาทางออกอยู่แล้วว่าหนังจะจบอย่างไร แต่ก็ไม่ทำให้ความสนุกลดน้อยถอยลงไปแต่อย่างใด เรียกได้ว่าหนังทำออกมาได้สนุก มันส์ ลุ้น และฮา กว่าทุกภาคเลยครับ
มาพูดถึงนักแสดง
นักแสดงค่อนข้างเยอะครับเรื่องนี้ ผมของพูดหลักๆแล้วกันครับ คนแรก ทอม ครูซ (Tom Cruise) รับบทเป็น อีธาน ฮันท์ ถ้าเทียบกับผลงานเรื่องเก่าๆของพี่ท่าน ถือว่าเสมอตัวครับ อาจจะเป็นเพราะเห็นพี่ท่านเล่นหนังแนวนี้บ่อยมากมายเลยรู้สึกเฉยๆ กับการแสดงในครั้งนี้ครับ
เจเรมี่ เรนเนอร์ (Jeremy Renner) รับบทเป็น วิลเลี่ยม แบรนท์ เป็นตัวละครตัวหนึ่งที่ผมชอบครับ ผมว่าเขาเล่นเรื่องนี้แล้วบทส่งให้เขาดูดี ดูเท่ห์ แถมตอนปล่อยมุขก็เล่นเอาซะฮากันทั้งโรง นึกแล้วยังฮาอยู่เลยครับ ถ้าเทียบกับหนังที่เขาเคยเล่นผมมองว่าเขาดร๊อป์ลง อาจจะเป็นเพราะหนังที่เขาเคยเล่นโดยมากจะเป็นบทอารมณ์ซะส่วนใหญ่ พอมาเล่นหนังแนวนี้เลยไม่ได้แสดงฝีมือเท่าที่ควรครับ
ไซม่อน เพ็กก์ (Simon Pegg) รับบทเป็น เบนจี้ ดันน์ เป็นตัวละครที่ผมชอบมากที่สุดในเรื่องครับ เพราะดูแสดงเป็นธรรมชาติที่สุด และมุขตลกในหนังโดยมากก็มาจากเขาคนนี้เนี้ยแหละครับ ถ้าเทียบกับผลงานก่อนหน้าผมว่าเขาพัฒนาการการขึ้นนะครับ
คนสุดท้าย พอลล่า แพตตัน (Paula Patton) รับบทเป็น เจน คาร์เตอร์ ผมว่าเรื่องนี้ เธอสวยมากกกก ครับ หุ่นดีมากมาย สวยกว่าตอนที่เขาแสดงเรื่อง Déjà Vu อีกครับ เป็นคนที่สร้างสีสันให้กับหนังเรื่องนี้เลยครับ ยิ่งเฉพาะฉากงานเลี้ยงนะสวดยอดมากมาย
มาพูดถึงผู้กินกับ (ผู้กำกับ)
แบรด เบิร์ด ผู้กำกับท่านนี้เคยฝากผลงานเอาไว้ในอนิเมชั่นอย่าง The Incredibles และ Ratatouille ซึ่งเป็นหนังอนิเมชั่นเรื่องโปรดของผมเลยครับ ตอนแรกก็กลัวๆ เพราะเขาไม่เคยผ่านการกำกับหนังที่คนแสดงมาก่อน แต่ก็ถือว่าสอบผ่านเลยครับ และอาจจะเป็นเพราะเขาเคยกำกับหนังอนิเมชั่นมาก่อนเลยทำให้หนังเรื่องนี้มี กลิ่นอายของการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็นมุขตลกที่ดูการ์ตูนมากมาย แต่ที่น่าแปลกคือมันดูเข้ากับหนังมาก และอาจจะเป็นเพราะอย่างนี้เลยทำให้หนังตอนนี้เป็นตอนที่ดีที่สุดในหนังชุด นี้
สรุปโดยรวม Mission: Impossible 4 - Ghost Protocol เป็นภาคที่ดูสนุกที่สุด(ตามความเห็นส่วนตัวของผม) ในบรรดาทุกภาคที่ผ่านมา เพราะหนังอุดมไปด้วยฉากแอ๊กชั่นมันส์ๆ ฉากที่ทำให้เราลุ้นตาม ฉากที่ปล่อยมุขตลกเป็นพักๆ ซึ่งผสมรวมกันอย่างได้ลงตัว ถึงแม้ว่าบทหนังจะซ้ำเดิม ธรรมดา ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่ก็ไม่ทำให้ความสนุกของหนังลดลง
ปล. ฉากที่มุมไบเป็นฉากแอ๊กชั่นที่ผมชอบมากที่สุดในหนัง เพราะทั้งฉากปีนตึกกับฉากพายุทะเลทรายแค่นี้ก็คุ้มล่ะ
ปล2. โรง IMAX มีฉากพิเศษ 30 นาที ที่ถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX โดยเฉพาะ และมีฉากเปิดเรื่อง The Dark Knight Rises ซึ่งทำให้คุณถึงกับอ้าปากค้างเลยทีเดียว (มีเฉพาะ IMAX พารากอนเท่านั้น)
ปล3. โรง 4DX ไม่มีการใส่แว่นดู เป็นหนังธรรมดา เพียงแค่มีเก้าอี้โยกได้ ลม กลิ่น ฯลฯ แต่ไม่มีทะลุออกมานอกจอ(ก็มันไม่ใช่หนัง 3D)
วิจารณ์โดย Mathman1983 |