|
"Warrior" เป็นเรื่องราวของการไถ่บาป การประสานรอยร้าว และพลังแห่งจิตวิญญาณมนุษย์ รวมถึงสายสัมพันธ์ที่ไม่วันขาดจากกันของครอบครัว นำแสดงโดยโจเอล เอ็ดเกอร์ตัน (จาก Animal Kingdom, Starwars: Episode III), ทอม ฮาร์ดี้ (จาก The Dark Knight Rise ที่กำลังจะเข้าฉาย, Inception, Black Hawke Down), เจนนิเฟอร์ มอร์ริสัน (House, Star Trek), และนิค นอลตี้ (Tropic Thunder, The Thin Red Line) กำกับโดย เกวิน โอคอนเนอร์ บทภาพยนตร์โดย เกวิน โอคอนเนอร์, แอนโธนี่ แทมบาคิส และคลิฟฟ์ ดอร์ฟแมน และเรื่องโดย เกวิน โอ คอนเนอร์ และคลิฟ ดอร์ฟแมน
นาวิกโยธินทอมมี่ คอนลอน (ฮาร์ดี้) ผู้ถูกอดีตตามหลอกหลอน กลับบ้านเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปีหลังจากกลับมาบ้านในครั้งนี้ก็ทำให้ทอมมี่ได้เข้าร่วมแข่งขัน "สปาร์ต้า" การแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ผู้ชนะจะได้ครองรางวัลมูลค่ามหาศาล (แต่จะได้เข้าร่วมวิธีใดเอาไว้ติดตามกันนะ) ซึ่งในการแข่งขันนี้เองเขาได้ขอให้พ่อ (นิค นอลตี้) ช่วยฝึกเขา แม้จะไม่ค่อยชอบแต่ก็ต้องให้พ่อช่วยฝึก เส้นทางสู่ชัยชนะของทอมมี่สดใสด้วยความที่เคยเป็นนักมวยปล้ำฝีมือดีมาก่อน ในขณะที่เบรนแดน (เอ็ดเกอร์ตัน) พี่ชายอดีตนักสู้ที่หันหลังให้ทอมมี่และพ่อไปมีครอบครัวที่ดี และผันตัวมาเป็นครู กำลังสิ้นหวังด้วยปัญหาหนี้สินของครอบครัวและได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วยหวังจะชนะเงินรางวัลก้อนใหญ่เหมือนกัน เมื่อไก่รองบ่อนอย่างเบรนแดนโคจรมาพบกับนักสู้ผู้ไม่มีวันยอมแพ้อย่างทอมมี่ซึ่งเป็นน้องชายของเขาเอง ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากันบนสังเวียนและรับมือกับความกดดันรอบข้างที่ทำให้พวกเขาห่างเหิน ท้ายที่สุดแล้วบทสรุปจะเป็นอย่างไรขอให้ไปติดตามกันนะ(ฉายเฉพาะเครือ APEX เท่านั้น) หนังแอคชั่น-ดราม่าแบบนี้อยากให้ทุกคนได้ไปดู
เนื้อเรื่อง ฉาก นักแสดง โดยรวมแล้วก็โอเคดี แต่จะมีที่ว่าเอาหลายๆฉาก(ฉากที่เคลื่อนไหวนะ)มารวมกัน(แบบนี้เรียกว่าอะไรไม่รู้) มันขึ้นมาทีละฉาก 2 ฉาก จน 4 ฉาก แล้วมันดูไม่ค่อยทันเท่าไหร่แล้วเป็นแบบนี้อยู่สักพักหนึ่ง เล่นทำเอาปวดตาเลย เหมือนเขาจะทำให้เห็นเปรียบเทียบการฝึกฝนระหว่างเบรนแดนกับทอมมี่ รู้สึกจะมีแค่ตรงนี้แหละ นอกนั้นชอบมากเลย ยิ่งฉากที่มีการต่อสู้นะ ก็นั่งจ้อง นั่งลุ้นกันเลยทีเดียว สมจริงสมจังมาก แต่ก็มีบางฉากที่ซึ้งๆอยู่เหมือนกัน(ทำเอาซึ้งไปนิดๆเลย) เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ก็อาจจะเป็นไปได้เหมือนกัน แสดงให้เห็นถึงความรักที่พ่อมีต่อลูก และไม่ว่าพ่อจะทำผิดขนาดไหนลูกก็ยังให้อภัยได้เสมอ หลังจากที่ออกมานอกโรงแล้วมีแต่คนชอบทั้งนั้นเลย ถ้าหนังเข้าโรงเมื่อไหร่จะไปดูอีกสักรอบ หากใครเป็นคอมหนังแนวนี้อยู่แล้วไปดูเถอะ รับรองจะไม่ผิดหวังเลย (แต่ขึ้นอยู่กับแต่ละคนนะ)
ผลงานจากผู้กำกับ Miracle และ Pride And Glory สองคนสายเลือดเดียวกัน ความเข้มข้นไม่ต่างกัน ได้รับเสียงวิจารณ์ตอบรับชื่นชมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ "นี่คือภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี" "การโชว์พลังแสดงยอดเยี่ยมที่ดีที่สุดของนักแสดงนำ"
วิจารณ์โดย 20555 (ทางคอหนัง ต้องขอบคุณน้องมากที่ส่งคำวิจารณ์มาให้น่ะครับ เพราะเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้ ทางค่ายหนัง ได้เชิญสื่อไปกันน้อย ทำให้ คอหนัง หลุดวงโคจรชั่วคราวครับผม)
เนื่องจากวิจารณ์ครั้งนี้ เป็นคอหนังน้องใหม่ ไงก็ต้อง แสดงความคิดเห็นถึงการวิจารณ์ของน้องคนนี้ด้วยน่ะครับ น้องเขาจะได้ปรับปรุงได้ในอนาคต |