"ความโหดร้ายของสงครามสร้างบาดแผลและความตายมากมาย ไม่เพียงมนุษย์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบนี้ แต่เหล่าสัตว์ทั้งหลายต่างต้องร่วมชะตากรรมไปทั้งที่พวกมันไม่ได้มีส่วนรู้ เห็นด้วยเลย War Horse เป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ Steven Spielberg ผู้กำกับที่มอบเวทมนตร์ให้ฮอลลิวูดมากว่า 40 ปี โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างอิงจากนวนิยายอังกฤษสำหรับเยาวชน ของ Michael Morpurgo ที่นับว่าเป็นแนวถนัดเฮียสปีลเบิร์กทีเดียว หนังเล่าเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างการปะทะของ Allies และ Central Powers โดยเป็นการเล่าผ่านตัวละครม้าผู้ซึ่งพลัดเข้ามาในสงครามนี้ ม้าตัวนี้มีชื่อ'โจอี้' มันถูกเลี้ยงดูจากเด็กหนุ่มลูกชาวไร่ 'อัลเบิร์ต' แต่ในช่วงก่อนสงครามที่ทำให้ทุกคนต่างสะสมเงินทองเพื่อเอาตัวรอดในภายหลัง พ่อของอัลเบิร์ตจำต้องขายโจอี้ให้กับทหารนายหนึ่ง อัลเบิร์ตจึงต้องจากโจอี้ไปอย่างหลึกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่โจอี้เองต้องพุ่งเข้าสู่สมรภูมิอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
War Horse มีเนื้อหาของหนังที่มีส่วนผสมระหว่างความเบาและหนักออกมาได้ค่อนข้างลงตัว ซึ่งหนังเล่าผ่านตัวละครที่เป็นสัตว์ก็ถือเป็นจุดที่ช่วยดึงอารมณ์เห็นอก เห็นใจได้มากขึ้น แต่ข้อเด่นของบทไม่เพียงแค่กับม้า ในระหว่างการเดินทางของโจอี้ที่ได้พบผู้คนใหม่ๆก็ยังเป็นจุดที่ส่งพลังให้ กับเรื่องเข้าไปอีก ตัวสปีลเบิร์กเองที่มีภาษีในการทำหนังสงครามอยู่แล้ว กับเรื่องนี้ก็คุมอารมณ์ฉากเหล่านั้นได้ดีมาก ทั้งสถานการณ์ของคนและม้าที่ต้องถูกดึงไปยุ่งเกี่ยว และมนุษยธรรมระหว่างประเทศแม้ในช่วงสงคราม จะขัดก็เพียงแต่บางซีนที่พยายามบิ้วอารมณ์มากเกินไปบ้างตามสไตล์หนังเก่าๆ ที่มาดูตอนนี้มันก็แอบเชยอยู่เหมือนกัน
อีกหนึ่งความเยี่ยมของ War Horse คือเหล่าตัวละครที่มีสเน่ห์มากๆ โดยเฉพาะผู้ผลัดเปลี่ยนเป็นเจ้าของโจอี้ ส่วนนี้คงต้องยกความดีความชอบให้ทีมนักแสดงอย่าง Peter Mullan, Niels Arestrup, David Thewlis, Tom Hiddleston, Benedict Cumberbatch และยังเป็นการเปิดตัวพ่อหนุ่ม Jeremy Irvine ที่แม้ครึ่งแรกจะดูเฉยๆอยู่ แต่ส่วนท้ายเรื่องก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว ด้านภาพยังถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่อดพูดถึงไม่ได้ งานถ่ายภาพและองค์ประกอบทำออกมาได้สวยราวกับภาพวาดในช่วงต้น และสลดหดหู่ในช่วงสงคราม จะติดอยู่บ้างในบางฉากที่ดูหลอกตาแทบจะเป็นซีจี ทั้งๆที่ไม่น่าจะต้องใช้ (ไม่แน่ใจว่าเป็นที่คุณภาพกล้องที่ใช้ถ่ายรึเปล่า) ส่วนด้านดนตรีประกอบของ John Williams นั้นก็เป็นสไตล์ของเฮียคนนี้อีกเช่นกัน ดนตรีรับส่งอารมณ์ยิ่งใหญ่, ว่องไว, มุขตลก, สลด และความหวัง ได้สอดคล้องกับตัวหนังอย่างลงตัว
ใครที่เป็นแฟนหนังของผู้กำกับสปีลเบิร์กก็ไม่ควรพลาด War Horse เป็นอย่างยิ่ง หนังเรื่องนี้ยังชนะลูกโลกทองคำมาแล้ว 2 รางวัล, เข้าชิง BAFTAs อีก 5 รางวัล และยังได้เข้าชิงออสการ์ถึง 6 รางวัล มาช่วยกันลุ้นว่าจะสามารถกวาดกลับบ้านไปได้เท่าไหร่ แต่ตอนนี้ War Horse และโจอี้ก็ได้กวาดใจผู้ชมกว่าครึ่งโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"
โดย KC |