|
The Ides of March หนังดราม่าอาชญากรรม-การเมือง ความยาว 101 นาที ที่ดัดแปลงมาจากบทละครเวทีเรื่อง Farragut North ของ โบ วิลลิมอง ผลงานกำกับชิ้นล่าสุดของ จอร์จ คลูนี่ย์ (George Clooney) นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ที่ร่วมเขียนบทกับ แกรนต์ เฮสลอฟ (Grant Heslov) , โบ วิลลิมอง (Beau Willimon) และแสดงนำร่วมกับ ไรอัน กอสลิ่ง (Ryan Gosling) จาก The Notebook (2004) Blue Valentine (2010) และ Drive (2011) , พอล จิอาแมตตี (Paul Giamatti) ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์จาก Sideways (2004) , ฟิลลิป ซีมัวร์ ฮอฟแมน (Philip Seymour Hoffman) ที่เคยได้รับรางวัลออสการ์จาก Capote (2005) , มาริสา โทเมอิ (Marisa Tomei) ที่เคยได้รับรางวัลออสการ์จาก My Consin Vinny (1992) และ อีแวน เรเชล วู้ด (Evan Rachel Wood) จาก Across the Universe (2007) และ The Wrestler (2008)
The Ides of March ว่าด้วยเรื่องราวของ สตีเฟ่น มายเยอร์ หรือ สตีฟ นักรณรงค์หาเสียงหนุ่ม ที่รับหน้าที่ช่วยให้ ไมค์ มอริส หาเสียงเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในการลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
"ผมไม่ใช่ยิว ไม่ใช่มุสลิม
ความศรัทธาของผม คือ รัฐธรรมนูญ.... "
คือ ส่วนหนึ่งของประโยคในสุนทรพจน์ของมอริส ที่ สตีฟ (ไรอัน กอสลิ่ง) กล่าวเพื่อทดสอบความพร้อมของไมโครโฟน ระบบเสียง และเวที สถานที่ก่อนที่ ไมค์ มอริส (จอร์จ คลูนี่ย์ ) ผู้ว่าการรัฐเพนซิลวาเนีย ผู้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่เขาทำงานด้วยจะต้องขึ้นกล่าว
หนัง เปิดตัวในการรณรงค์หาเสียงในรัฐโอไฮโอ .... 1 สัปดาห์ก่อนการหยั่งเสียง มีการดีเบต (หรือ Debate คือ การโต้วาทีของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี สหรัฐบนเวทีการปะทะคารม ชิงไหวชิงพริบ และชี้แจงนโยบายการบริหารประเทศของผู้สมัคร รวมถึงการชี้ให้เห็นจุดอ่อนในนโยบายของฝ่ายตรงข้าม โดยมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ปราศรัยหาเสียง ที่ถือว่าเป็นรายการที่คนอเมริกันให้ความสนใจมาก) ระหว่าง ไมค์ มอริส และ วุฒิสมาชิก เท็ด พูลแมน (ไมเคิล แมนเทล)
หลังการดีเบต ทอม ดัฟฟี่ (พอล จิอาแมตตี) ผู้จัดการการรณรงค์หาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก พูลแมน โทรศัพท์นัดให้ สตีฟ ไปพบที่บาร์เล็กๆ ในซินซินเพื่อคุยเรื่องสำคัญ และยื่นข้อเสนอให้มาร่วมงานด้วย แต่สตีฟปฎิเสธเพราะเขาเชื่อมั่นในตัว มอริส
หนัง ดำเนินเรื่องราวชีวิตการทำงานของ สตีฟ ที่มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยของ พอล ซาร่า (ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน) ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์หาเสียงให้กับ มอริส ใน ช่วงของการหาเสียง หรือการหยั่งเสียงก่อนการเลือกตั้ง การสำรวจคะแนนนิยมโดยโพล การวางนโยบาย-กลยุทธ์ในการทำงาน การทำงานกับสื่อฯ .....และ รายละเอียดในความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของเขา กับนักศึกษาฝึกงาน มอลลี่ สเติร์นส์ (อีวาน เรเชล วู้ด) ซึ่งเป็นลูกสาวของ แจ็ค สเติร์นส์ ประธานคณะกรรมการ Democratic National Committee ที่มีความเกี่ยวพันกับการตัดสินใจ และหน้าที่การงานในอนาคตของสตีฟ
สะท้อน เบื้องหลังของเส้นทางการสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ต้องเกี่ยวข้องกับอำนาจ การต่อรอง การบลั๊ฟ (Bluff) การซื้อเสียง การหักหลัง และ การหักเหลี่ยมเฉือนคมกัน
The Ides of March มีบท และ การตัดต่อที่ดี หนังดำเนินเรื่องแบบเนิบๆในตอนต้น และเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ด้วยบทพูด และการดำเนินเรื่องแบบหนังแอคชั่นไล่ล่า หักเหลี่ยมเฉือนคมชิงไหวพริบในการเป็นผู้นำเกม ด้วยเพลงประกอบ มุมกล้อง - แสงเงา เสียงที่ดี และ ความสามารถทางการแสดงของไรอัน กอสลิ่งที่รับบท สตีเฟ่น มายเยอร์ นักสร้างภาพและวางแผนกลยุทธ์หนุ่มรูปหล่อผู้มีอุดมการณ์ ที่ตกอยู่ใน สถานการณ์กดดันเมื่อศีลธรรมถูกท้าทายให้ต้องตัดสินใจ และเลือกเส้นทางที่จะให้ได้มาซึ่งชัยชนะ....
และเมื่อสตีฟพบว่า ไมค์ มอร์ริสเจ้านายของเขา มีเบื้องหลังที่สกปรกบางอย่าง
เขาจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นได้หรือไม่
จะจัดการกับระดับศีลธรรมอันลักลั่นในวงการเมือง หรือ ควรจะปล่อยผ่านมันไป
และสุดท้ายอาชีพ หรือ ตำแหน่งทางการเมืองที่เขาใฝ่ฝัน จะสอดรับกับความเป็นจริงบนถนนสายการเมืองนี้ หรือไม่ - อย่างไร
มีหนังการเมืองหลายเรื่องที่มีธีม และ พล็อตเรื่องที่ตัวเอกจะต้องตัดสินใจว่าจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง หรือทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ แต่ The Ides of March โดดเด่นกว่า ด้วยเนื้อหาดัดแปลงอย่างหยาบๆ ที่มาจากการเลือกตั้งสรรหาตัวแทนพรรคเดโมรแครตในปี 2004 ที่เฮาเวิร์ด ดีน ซึ่งมีศักยภาพสูงที่จะเอาชนะเลือกตั้งได้ แต่ต้องพ่ายให้แก่จอห์น เคอรี่ ในนาทีสุดท้าย
The Ides of March ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 2 รางวัล BAFTA (บาฟต้า) หรือ สถาบันศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งอังกฤษ ซึ่งถือเป็นสถาบันมอบรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดของวงการภาพยนตร์อังกฤษ คือ
รางวัล นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม – ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน และ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม – จอร์จ คลูนี่ย์, แกรนต์ เฮสลอฟ, โบ วิลลิมอง
ชื่อเรื่อง The Ides of March แปลตรงตัวหมายถึง วันขึ้น 15 ค่ำของเดือนมีนาคม ตามประวัติศาสตร์แล้ว มันเป็นวันที่จูเลียต ซีซาร์ถูกสังหาร
ตามนัยะของเรื่อง คือ วันหักเหลี่ยม เฉือนคม
ซึ่งสะท้อนถึงเกมการเมืองที่สกปรก ฉ้อฉล บิดเบือน
"....ถ้าคู่แข่งมีนักสร้างภาพมือฉมัง ถ้าดึงมาไม่ได้.... อีกฝ่ายก็ต้องไม่ได้. "
ฤๅจะเป็นคำกล่าวที่เป็นสัจธรรม...บนถนนสายการเมืองไปอีกนาน.
โดย ใบไม้ |