Contagion หนังที่พูดถึงการติดเชื้อไวรัสชนิดใหม่ที่ ไม่มีทางรักษาให้หายได้ ด้วยการที่เป็นหนังที่ว่าถึงการติดเชื้อ ก็อาจนึกถึงหนังแนวๆนี้หลายเรื่องมากมาย แต่หลายๆเรื่องนั้นไม่เคยพูดถึงประเด็นหลักใหญ่ๆในวงกว้างทั่วโลกนั่นก็คือ ความกลัวที่จะติดเชื้อ อีกทั้งเรื่องนี้ยังเล่าได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งทำออกมาได้สะท้อนถึงองค์กรต่างๆทั่วโลกที่ออกมารับผิดชอบต่อการระบาดของ เชื้อไวรัสชนิดใหม่ อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก็การระบาดของเชื้อไวรัส Sars และ H1N1 และหนังเรื่องนี้ก็ได้สร้างประเด็นเก่า แต่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและขั้นตอนตั้งแต่ ระยะเริ่มติดเชื้อ แพร่ระบาด การล้มตายของผู้คน และการหาทางแก้ไข รวมไปถึงการค้นหาต้นตอของสาเหตุการกำเนิดเชื้อไวรัสว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งความเป็นไปได้ในการหาคำตอบนั้นมีน้อยมากจนเป็นไปไม่ได้ที่จะเจอคำตอบเลย
Contagion เล่าเรื่องราวตั้งแต่วันที่ 2 ของการติดเชื้อไวรัสชนิดใหม่ ซึ่งเป็นไวรัสชนิดที่ทำให้คนชัก ไข้ขึ้นสูง และตายภายใน 48 ชม. โดยหน่วยงานทางการแพทย์ทั่วโลกเร่งรีบหาทางรักษา และควบคุมความตื่นตระหนกที่แพร่กระจายไปเร็วกว่าตัวไวรัส ในเวลาเดียวกันมนุษย์ทั่วไปต่างพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ในสังคมที่กำลัง แตกสลาย
Steven Soderberg ผู้กำกับจาก Ocean's 11 12 13, Traffic ได้เป็นผู้คุมบังเหียนให้ทิศทางของหนังดูไม่โอเว่อร์จนเกินเหตุ พร้อมทั้งคุมอารมณ์ของหนังให้ดูแล้วลุ้นระทึก มีความน่าติดตาม และผวาต่อเหตุการณ์เชื้อไวรัสระบาดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลก หนังเรื่องนี้ทำให้เห็นถึงความกลัวของมนุษย์ที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่าไวรัส และเมื่อมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ผู้คนก็ย่อมที่จะพยายามต่อสู่เอาชีวิตรอด และทำให้สังคมที่มีระเบียบวินัยต้องล่มสลายไปในที่สุด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการชิงดีชิงเด่นในเรื่องธุรกิจต่างๆ การคิดค้นวัคซีนเพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจโดยเอาชีวิตมนุษย์มาเดิมพันต่างๆ นานา เหตุนั้นเองทำให้เรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสกลายเป็นเรื่องรองเลยทีเดียว ผู้กำกับเห็นความสำคัญต่อเหตุการณ์เชื้อไวรัสระบาดที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ซาร์ H1N1 ไข้หวัด 2009 และเชื้อไวรัสอื่นๆที่ยังไม่มีทางรักษาให้หาย ที่ทำให้ผู้คนล้มตายหลายล้านคนทั่วโลก ผู้กำกับได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมาทำเป็นหนัง เพื่อเป็นบทเรียนให้กับสังคมโลกในอนาคตว่า ถ้าหากมีเชื้อไวรัสระบาดอีกครั้ง คุณและสังคมของคุณจะทำอย่างไร
วิจารณ์โดย OaterALMIGHTY |