รีวิว JoJo's Bizarre Adventure Diamond is Unbreakable โจโจ้ โจ๋ซ่าส์ล่าข้ามศตวรรษ

สำหรับคอการ์ตูนญี่ปุ่นแล้วนี่เป็นเรื่องหนึ่งทื่ว่าอยู่ในระดับตำนาน คงจะเป็นไม่ได้ที่จะไม่รู้จักหรือได้ยินเสียงเลื่องลือใดๆ เลยกับ โจโจ้ ล่าข้ามศวรรษ การ์ตูนผจญภัยยอดฮิตที่เพิ่งจะฉายอนิเมะมาใหม่พร้อมกับแฟนๆ ที่ติดตามชมอย่างล้นหลาม แน่นอนว่ามันเป็นการ์ตูนแอ็คชั่นแหละถึงได้ยอดฮิต แต่มันก็ยังมีกึ๋นที่แนบมาด้วยอีกมากมาย เมื่อมันยอดฮิตแล้ว ก็ต้องถูกสร้างเป็นฉบับคนแสดงตามระเบียบ

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของการ์ตูนญี่ปุ่นสุดฮิตที่โด่งดังมายาวนานและมียอดขายถล่มทลายกว่า 100 ล้านเล่มทั่วโลก สำหรับ “JoJo's Bizarre Adventure” หรือที่แฟนชาวไทยรู้จักดีในชื่อ “โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ” ภาพยนตร์แอคชั่นแฟนตาซีเหนือล้ำจินตนาการที่ได้ยอดผู้กำกับ อย่าง "ทาคาชิ มิอิเกะ"มารับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวเปลี่ยนจากน้ำหมึกสู่เวอร์ชั่นภาพยนตร์ พร้อมพาผู้ชมสู่ปฐมบทของเหล่าผู้มีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า “ผู้ใช้สแตนด์”เตรียมปลดปล่อยพลังจิตวิญญาณเพื่อกำราบคนชั่ว

ผJoJo’s Bizarre Adventure: Diamond Is Unbreakable เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1999 ณ "เมืองโมริโอ" อันแสนสงบสุข มีเหล่าผู้มีพลังพิเศษที่เรียกว่า "สแตนด์" อาศัยอยู่มากมายปะปนไปกับคนธรรมดา รวมไปถึงเด็กหนุ่มนาม "ฮิงาชิคาตะ โจสุเกะ" (ยามาซากิ เคนโตะ) ทายาทของโจเซฟ โจสตาร์ ผู้มีพลังสแตนด์ชื่อว่า "เครซี่ ไดมอนด์" ทีมีความสามารถในการรักษาอาการบาดเจ็บและซ่อมวัตถุที่เสียหายได้ในพริบตา วันหนึ่งเขาได้พบกับ “คูโจ โจทาโร่”(ยูสุเกะ อิเซยะ) ชายหนุ่มปริศนาผู้มาพร้อมกับคำเตือนว่าเมืองที่เขาอาศัยอยู่นั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ชั่วร้ายจ้องทำลายเมืองที่เขารัก และคนที่สามารถหยุดยั้งเรื่องนี้ได้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น

สำหรับการ์ตูนมังงะดัดแปลงทุกเรื่อง สิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดก็คือการเล่าเรื่อง ในมังงะมันมีเรื่องราวที่ยาวเป็นหางว่าว รายละเอียดต่างๆ มากมาย เมื่อต้องแปลงสาพมาอยู่บนจอเงินที่จินตนาการจากกระดาษทุกอย่างล้วนต้องพึ่ง CG และงานวิชชวลที่จะเป็นต้นทุนในการสร้างพร้อมทั้งเวลาฉายที่จำกัดมาก การเล่าเรื่องที่จะต้องคัดมาเฉพาะส่วนและเอฟเฟคที่ดูไม่จุใจเท่ากับสิ่งที่เคยอ่านของแฟนๆ คงเป็นสิ่งที่ขัดใจเสมอ แน่นอนว่าโจโจ้เองก็ไม่ต่างกัน เรื่องราวถูกหยิบยกมาจากาค 4 ด้วยความที่เบสของเมืองมีความเป็นญี่ปุ่นด้วย ไม่งั้นคงต้องยกทีมไปถ่ายต่างประเทศกันอีก

เรื่องราวถูกตัดทอนลง มีความกระชับมากขึ้น รายละเอียดไม่ได้เสียหายไปจากต้นฉบับอะไรมากนัก แต่ก็มีการเล่าที่ยืดเยื้อ หรือจะกล่าวว่าพล่ามมากกันเกินไปก็ได้ มีพลังมิตรภาพลูกผู้ชายที่พอสองหนุ่มจ้องตาสื่อสารกันแล้วสิ่งรอบตัวก็ไร้ตัวตนไปเลย สถานการณ์เสี่ยงตายมันยังไม่จบลงนะ หยุดก่อน สนใจข้างหน้า สนในศัตรูบ้าง

แถมด้วยเมื่อหนังจบมันก็ไม่จบ แหงล่ะ เรื่องราวมันไม่ได้สั้นๆ แค่นี้ หมากที่วางไว้สำหรับาคต่อไปมันก็หลายตัวอยู่นะ บางตัวก็เอามาแสดงให้ดูเฉยๆ ไม่กล่าวอะไรเลย โดยเฉพาะ ยูคาโกะ เพื่อนสาวร่วมชั้นเรียนที่ดูปรหลาด มีความลับอะไรบางอย่าง ที่แทบไม่กล่าวถึงตัวตนของเธอเลย ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะกั๊กในสวนของตัวลครนี้เอาไว้ทำไมกัน อีกสิ่งที่ขัดๆ ตาเสมอก็เรื่องทรงผมโจสุเกะ ที่มันก็ไม่ได้ดูจะเข้ากันสักเท่าไหร่เมื่อมาอยู่ในฉบับคนแสดงแบบนี้

สิ่งที่หายไปจากต้นฉบับซึ่งก็ถือว่าเป็นจุดที่ทำให้รู้สึกสนุกคือการแก้เกมของตัวละคร เนื่องจากสแตนด์แต่ละตัวจมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ถ้าเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็แทบจะไม่รู้รายละเอียดของฝ่ายตรงข้ามเลย การตั้งรับที่จะต่อสู้ก็ลำบากพอตัว ซึ่งตัวเอกจะต้องเผชิญกับความลับของศัตรู ใช้กึ๋นในการปรับเกมเพื่อพลิกเอาชัยชนะมาในแต่ละครั้ง แต่ในฉบับคนแสดงนี้ อะ บอกความสามารถเลยแล้วกัน ง่ายไปรึเปล่า หยุดก่อน เสน่ห์มันหายไปแล้วนะ พลังของโจสุเกะเองจะเล่าอะไรก็เล่าสินะ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ภาคต่อไปเรื่องการอัพเกรดพลังของตัวละครจะเล่ากันยังไงล่ะ ผู้ชมอาจจะงงกันไปข้างนึงเลยก็ได้ หรืออาจจะเพราะด้วยเวลาที่จำกัด เลยต้องรวบรัดหลายๆ อย่าง แต่หากลดฉากพล่ามลงอีกนิดน่าจะเข้าที่มากกว่านี้

รีวิวล่าสุด
 
Paradox เดือด ซัด ดิบ  
คอหนังดอทคอม @ Email : webkornang@gmail.com