รีวิว : Darkest Hour ชั่วโมงพลิกโลก

ในวันที่มืด และคืนที่มืดยิ่งกว่า ในเวลาที่สหราชอาณาจักรยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว และคนส่วนใหญ่จะรักษาชีวิตคนอังกฤษ สิ้นหวังกับชีวิตของอังกฤษ เขาระดมภาษาอังกฤษและส่งไปสนามรบ ความสว่างเจิดจ้าของคำพูดเขา ฉายแสงให้ความกล้าหาญของเพื่อนร่วมชาติสว่างไสว

จุดเริ่มต้นสำคัญในการเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Darkest Hour ของเขา คือสุนทรพจน์สามบทที่เชอร์ชิลล์เขียนและกล่าว ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ปี 1940

อย่างที่กล่าวกันว่าสองสามวันแรกและสองสามสัปดาห์แรกของการทำงานเป็นสิ่งที่ยาก สำหรับบุรุษวัย 65 ผู้นี้ การได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษในวันที่ 10 พฤษภาคม ปี 1940 เกิดขึ้นในเวลาที่เดิมพันอาจจะสูงกว่านั้น กองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรทำสงครามกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์แล้ว และประชาธิปไตยก็พ่ายแพ้ต่อกองทัพนาซีประเทศแล้วประเทศเล่า ตอนนี้อังกฤษกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่หมิ่นเหม่ ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้มีทางเลือกสองทาง ถ้าไม่ทำใจให้กล้าแกร่งและก้าวเข้าสู่การรบ ก็ถอยออกมาจากสงครามอย่างสิ้นเชิง พร้อมกับผลกระทบที่ไม่อาจจินตนาการได้ ต่อสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษ

ความสนุกของหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่หนังสงครามที่จัดกองทัพประดับยุทธาวุธแล้วตีกันระเบิดตูมตาม แต่มันเป็นสงครามในรัฐบาล รัฐมนตรีคนใหม่ที่เพิ่งถูกเรียกมารับตำแหน่งกับคนรอบข้างที่ต่างก็ไม่รู้สึกยินดีกับการมารับตำแหน่งและการชี้นำประเทศของเชอร์ชิลล์ หลายชีวิตยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ปี 1940 เมื่อทหารอังกฤษกว่า 200,000 นาย ซึ่งเป็นกองกำลังนอกประเทศทั้งหมดของสหราชอาณาจักรติดอยู่ที่หาดดันเคิร์ก, ประเทศฝรั่งเศส และรอคอยความช่วยเหลือและการอพยพออกจากที่นั่น

ทุกวันที่ผ่านไปมีการสูญเสียเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าในรัฐบาลจะไม่ได้มีการฆ่าฟันกันเกิดขึ้น แต่ทุกอย่างมันอึดอัดไปหมด อนาคตของประเทศกับการตัดสินใจที่จะสู้ต่อโดยมีศักดิ์ศรีของชาติเป็นเดิมพัน กับการยอมจำนนเจรจาสงบศึกกับผู้นำนาซีผู้เลือดเย็นอย่างฮิตเลอร์ ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่าย การหาคำตอบและทางออกของนายกรัฐมนตรีหน้าไฟที่ถูกมัดมือชกขึ้นมาสร้างความบีบคั้นให้ผู้ชมอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ผู้นำกำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะถูกโจมตีจากรอบด้าน และไม่แน่ใจว่าควรจะเดินไปในทิศทางใด แต่ยังบอกให้รู้ว่าประเทศกำลังเข้าใกล้อันตรายมากแค่ไหนในการก้าวเข้าสู่ข้อตกลง ‘สันติภาพ’ กับศัตรู ที่ถ้าไม่ยกเลิก อาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกไปตลอดกาล

มันเป็นหนังชีวประวัติของผู้นำที่กำลังทำสงรามไม่ได้มีฉากสงครามมาแอ็คชั่นให้รู้สึกสะใจ เรื่งราวเล่าวิสัยทัศน์และความคิดเห็นของเชอร์ชิลล์ในฐานะผู้นำ และความสามารถของเขาในการประเมินค่าสิ่งที่สำคัญ เชอร์ชิลล์สามารถเมินเฉยต่อเสียงที่ไม่พึงปรารถนา และทำให้คนหนุนหลังเขาได้ แม้แต่สมาชิกพรรคที่เป็นฝ่ายตรงข้าม เขาทำให้ทุกคนเห็นด้วยกับความคิดในการลุกขึ้นสู้กับฮิตเลอร์ และเข้าใจเรื่องภัยคุกคามและภาพรวมที่ใหญ่กว่านั้น ใหญ่กว่านั้นมากๆ

คะแนนภาพรวม 4/5

เขียนโดย Watcharit Jira

  อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
จัดทำขึ้นเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของวงการภาพยนตร์เท่านั้น คอหนังดอทคอม @ Email : webkornang@gmail.com