รีวิว The Equalizer 2 มัจจุราชไร้เงา 2

การกลับมาของหนังภาคต่อที่หายไปถึง 4 ปี และเป็นภาคต่อเรื่องแรกของ เดนเซล วอชิงตัน ทั้งที่ตอนแรกก็มีข่าวว่าจะทำภาคต่อออกมาแบบติดต่อกันไม่นานนักเลยหลังจากที่ภาคแรกทำรายได้ไปบูมอยู่พอตัว

The Equalizer 2 ถ้าคุณมีปัญหาและไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปทางไหน "โรเบิร์ต แม็คคอล" จะช่วยคุณ เขาคือมัจจุราชไร้เงา แม็คคอลคอยช่วยเหลือพวกที่ถูกทำร้าย ทารุณและกดขี่ด้วยการจัดความยุติธรรมแบบไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม แต่ในตอนที่อดีตอันตรายของเขาเข้ามาส่งผลต่อเขา เขาก็ต้องอาศัยความสามารถทุกอย่างที่มีเพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ครั้งนี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับมือสังหารที่ผ่านการฝึกมาอย่างโชกโชน ผู้มุ่งมั่นจะทำลายเขาโดยไม่ยอมให้อะไรมาหยุดยั้ง

ใน The Equalizer 2 ความลับของแม็คคอลหลายเรื่องถูกเผยออกมา เช่นการฝึกฝน ฝีมือ ภรรยาและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซูซาน พลัมเมอร์ แม็คคอลทำใจลำบากกับอดีตของเขา เส้นทางของเขา การเสียชีวิตของภรรยาเขา กับสิ่งที่เขาเคยเป็นเขาพบตัวเองอยู่บนเส้นทางที่นำเขากลับบ้าน และอย่างที่คนเคยพูดกันว่า เส้นทางกลับบ้านบางครั้งเป็นเส้นทางที่ลำบากที่สุด และบางครั้ง คุณก็ต้องฝ่าฟันกับพายุก่อนที่คุณจะพบความสงบสุข ก็ต้องไปฝ่าพายุกันจริง ๆ นะเรื่องนี้ ไม่ธรรมดา

ชีวิตของแม็คคอลก็เป็นเหมือนคนทั่วไป เขาซ่อนตัวเองอยู่ในที่แจ้ง เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ขับ Uber ไปเรื่อย เขาพบจุดหมายของตัวเอง ในการกลายเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม จนกระทั่งถึงตอนนี้ ความยุติธรรมนั้นเป็นเพื่อคนแปลกหน้า เป็นการขยี้ตัวละครมากขึ้นไปอีก เราจะได้เห็นด้านต่าง ๆ ของแม็คคอลมากขึ้น พร้อมกับตัวละครที่เข้ามาก่อไฟดราม่าเพิ่มเติมอีกหลายคน

ภาคต่อยังคงฟอร์มเหมือนภาคเดิม ฟิลลิ่งของหนังยังคงเรียบนิ่ง พอถึงช่วงเหวี่ยงก็เหวี่ยงอย่างมีจังหวะ แอ็คชั่นไม่เรียบนิ่งและไม่ได้อัดจะเหนื่อยลากขนาดเรื่องอื่น ๆ มันคงไม่ลุ้นอะไรมาก เพราะเราก็รู้กันอยู่แล้วล่าลุงแม็คคอลเก็บเรียบหมดทุกคนอยู่ดีนั่นแหละ เทพขนาดนี้มีหรือจะไปแพ้อะไรใคร ไม่มีอยุ่ในช่วงวิกฤตหรืออะไรให้ได้ลุ้นใจหายอะไรเลย เหมือนการแข่งอะไรสักอย่างที่แชมป์ยังไงก้ต้องเป็นแชมป์เสมอ มือใหม่ฝีมือไม่ถึง ไม่มีทางชนะแน่นอน อาจจะน่าเบื่ออยู่บ้างก็ตรงนี้

แต่ภาพนี้ไม่ได้เน้นแอ็คชั่นแบบภาคก่อนนะ ภาคก่อนคือลุยกันของจริง ภาคนี้มันเป็นเรื่องราวก็ตามหา หาอะไรหลาย ๆ อย่างของใครหลาย ๆ คน ทั้งการตามหาตัวเอง การตามหาคนผิด การตามหาเส้นทาง การหาทางออก การใช้ชีวิตในสังคม การกำหนดจุดจบของตัวเอง เป็นเรื่องเป็นราวกันมากกว่าจะตะบี้ตะบันแอ็คชั่นเสียอย่างเดียว ถ้าเอะอะลุงก็ไปไล่ฆ่าคนอื่นมันจะไม่สมเหตุสมผลเสียเท่าไหร่นัก

และในภาคนี้นั้นไม่ได้มาเน้นแต่แอ็คชั่นแบบภาคก่อน มันเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น ซึ่งไม่ต้องแสดงออกทางความรัก หรือมีฟิลลิ่งหวานแหววแต่ใด ๆ มีดราม่าซึ้ง ๆ แทรกมาพร้อมกับความรุนแรง เพราะหนังมันรุนแรงไง ถึงแม้ว่าโลกจะดูโหดร้าย แต่ก็ยังคงมีคนที่รักเราอยู่เสมอ เราไม่จำเป็นต้องร้ายโต้ตอบ หรือร้ายตามโลกที่เรามองว่าโหดร้าย ยังมีอีกหลาย ๆ มุนที่เรายังไม่ได้รับรุ็ถึงมัน ด้านดี ๆ ที่มีอยู่ มันมีทั้งดีและร้ายปนกันไป

เขียนโดย Watcharit Jira

  อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
เรื่องราวอื่น ๆ
จัดทำขึ้นเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของวงการภาพยนตร์เท่านั้น คอหนังดอทคอม @ Email : webkornang@gmail.com