รีวิว The Art of Racing in the Rain อุ่นไอหัวใจตูบ



ตามกันมาติด ๆ กับ หนังน้องหมา ที่เร็ว ๆ นี้เพิ่งจะมี A Dog’s Journey ฉายไปสด ๆ ร้อนร้อน คราวนี้พบกับหนังน้องหมาแนวใหม่ที่มาจากนิยายของ การ์ธ สไตน์ ที่ได้เป็นหนังสือขายดีมาก่อน แต่มันไม่ได้มาในแบบสไตล์หนังหมา ๆ แบบเรื่องก่อน ๆ

…The Art of Racing in the Rain จากนิยายขายดีฝีมือ การ์ธ สไตน์ สู่ภาพยนตร์ที่บอกเล่าโดยน้องหมาแสนรู้ชื่อว่า เอนโซ (พากย์เสียงโดย เควิน คอสต์เนอร์) กับเรื่องราวชวนประทับใจของมิตรภาพของมันและเจ้านายที่รัก เดนนี่ สวิฟต์ (ไมโล เวนทิมิเกลีย) ผู้เป็นนักแข่งรถฟอร์มูล่า วันมือฉมัง เอนโซได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์ และได้รับบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ว่าเทคนิคในสนามแข่งรถนั้น สามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับการเดินทางของชีวิตอีกด้วย พร้อมท่องไปในโลกของน้องหมา เอนโซ พร้อมกับครอบครัวของเดนนี่ ร่วมด้วยศรีภรรยาของเขา อีฟ (อะแมนด้า ไซย์ฟรีด) และลูกสาวสุดที่รัก โซอี้ (ไรอัน คิเอร่า อาร์มสตรอง) การันตีความน่ารักน่าเอ็นดูโดยทีมผู้สร้างจาก "Marley & Me" นำโดยผู้กำกับฯ ไซมอน เคอร์ทิส และผู้เขียนบทฯ มาร์ค บอมแบ็ก

หนังเรื่องแรกของดิสนีย์ที่มาจากฟอกซ์ซึ่งถูกดิสนีย์ซื้อไปแต่ลิขสิทธิ์ก็เคยเป็นของดิสนีย์มาก่อนในระหว่างช่วงที่กำลังสร้างนั่นเอง เลยทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ได้ให้อารมณ์ของหนังดิสนีย์มาในตอนเปิดเรื่อง เกือบจะหลุดธีมแต่ก็ยังไม่หลุด ชื่อเรื่องตัดคำว่าหมาออกไปจากชื่อเรื่องอย่างไม่เกรงหลัวว่าคนจะไม่มาดูหมา และเรื่องราวออกจะเข้มข้นไปทางการดราม่า และเข้าลึกถึงเนื้อหาเรื่อย ๆ ออกแนวไปทางโศรกเศร้ามากกว่าที่จะสุขตามฉบับของดิสนีย์เอง

...มันเป็นการเล่าเรื่องหมาผ่านเสียงคนพากย์เหมือน A Dog’s Journey แต่อารมณ์หนังต่างกันคนละเรื่องเลย ถ้าคุณชอบ A Dog’s Journey ที่เป็นแนวสดใส ๆ แล้วล่ะคุณอาจจะไม่ชอบ The Art of Racing in the Rain ในระหว่างทางก็เป็นได้ และหนังเรื่องนี้ไม่ได้ให้หมาเดินเรื่องทั้งหมดแบบ A Dog’s Journey ที่ไม่ว่าจะอะไร ๆ ก็อัดความน่ารักของหมา ลูกหมา ฝูงหมามากลบขายทุกซีนเลย จนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้า A Dog’s Journey เป็นของดิสนีย์น่าจะแมทช์กับความเป็นดิสนีย์มากกว่ามั้ยนะ ฮะฮะ

เรื่องราวกล่าวให้เอ็นโซเป็นตัวละครที่เชื่อในเรื่องจิตวิญญาณมากๆ เขาได้ดูสารคดีเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิดและเขาก็อยากเรียนรู้ทุกอย่างเท่าที่ทำได้จากเดนนีและจารึกมันลงไปในจิตวิญญาณของเขา เขาอยากจะจดจำมันเพื่อที่ว่าตอนที่พวกเขาได้พบกันตอนเป็นมนุษย์และพวกเขาได้จับมือกัน พวกเขาจะได้แบ่งปันความรู้นั้นด้วยกัน นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เรารักษาเอาไว้ตลอดทั้งเรื่อง เอ็นโซคอยพูดเรื่องจิตวิญญาณตลอด มนุษย์มักไม่ค่อยตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่าสัตว์จะรู้สึกถึงมันได้

กุญแจหลักของเรื่องนี้คือความรัก คุณจะได้เห็นถึงความรักในหลายมุมมอง จากแต่ละคน ความรักของเดนนี่กับอีฟ ความรักของเดนนี่กับโซอี้ ความรักของครอบครัวอีฟกับอีฟและโซอี้ และปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพราะความรักและกันตัดสินใจเอาเองโดยไม่ถามความเห็นจากคนที่ถูกรักนั่นเลย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมาเป็น ความรักที่ไร้เงื่อนไข พวกเขาไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเรามากมาย และเราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมายจากพวกเขา นอกจากความความรักและความเอาใจใส่ อาจจะมีอิจฉา มีไม่ชอบเหมือนมนุษย์บ้าง แต่ก็ไม่เรียกร้องอะไรจนเป็นปัญหาแบบในเรื่อง หากมนุษย์เรารักกันได้แบบที่เรารักหมาปัญหามากมายคงไม่เกิดขึ้น

 
 
 
 
 
คอหนังดอทคอม webkornang@gmail.com