รีวิว Frozen 2 ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ

กลับมาอีกครั้งกับอนิเมชั่นชูโรงจากดิสนีย์กับ Let it go เจ้าหญิงหิมะที่เป็นกระแสดังเมื่อ 5 ปีก่อน เรื่องราวที่เติบโตขึ้นจนกลายเป็นการผจญภัยแฟนตาซีสุดยิ่งใหญ่ กับการค้นหาความจริงเบื้องหลังพลังพิเศษอันแสนเป็นปริศนาของเอลซ่า ทำให้พวกเขาทั้งหมดต้องเดินทางเข้าสู่ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก ทางตอนเหนือของเมืองเอเรนเดล เข้าสู่ป่าต้องมนตร์ที่ถูกปิดตาย สถานที่ที่ซ่อนทั้งความลับและอดีตซึ่งไม่เคยถูกล่วงรู้

Frozen 2 ทำไมเอลซ่าถึงเกิดมาพร้อมกับพลังวิเศษ? คำตอบกำลังเรียกหาเธอและกำลังคุกคามอาณาจักรของเธอ เธอจึงเริ่มการเดินทางสุดอันตรายแต่แฝงไว้ด้วยความน่าพิศวง ไปกับ อันนา, คริสตอฟฟ์, โอลาฟ และสเฟน เอลซ่ากลัวว่าพลังของเธอรุนแรงไปสำหรับโลกใบนี้

เอลซ่าเป็นตัวละครในตำนานที่เพอร์เฟ็กต์ เธอมีเวทมนตร์และยิ่งใหญ่ ด้วยความซาบซึ้งที่คนในอาณาจักรตอนนี้ยอมรับตัวเธอแล้ว เธอก็พยายามเพื่อจะเป็นราชินีที่ดี แต่ลึกลงไปแล้วเธออดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าทำไมเธอถึงเกิดมาพร้อมพลังพิเศษ ปริศนานี้นำไปสู่การเดินทางเพื่อเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับอดีตที่ถูกซ่อนเอาไว้ เอลซ่ามุ่งหน้าลึกเข้าไปในดินแดนลึกลับที่ไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อน ที่ซึ่งพลังของเธอจะถูกทดสอบจนถึงขีดจำกัด ระหว่างทาง เธอจะค้นพบชีวิตในแบบที่เธอควรจะใช้ แต่ในการทำช่นนั้น เธอก็เสี่ยงที่จะสูญเสียทุกสิ่ง รวมถึงตัวเธอเองด้วย

ภาคนี้เรื่องราวทำให้ตัวละครเติบโตขึ้นมากกว่าเดิม แม้กระทั่งโอลาฟ ที่เป็นเพียงตุ๊กตาหิมะเสกมาเรียกเสียงฮาในภาคแรก ภาคนี้นอกจากจะฮาแล้วก็ยังมีดราม่าเพิ่มเติมเข้ามาด้วย บทพูดของโอลาฟไม่ได้บ่นเหมือนเด็ก ๆ ในภาคแรกแล้ว มันแฝงไปด้วยความหมายในข้อความที่กล่าวออกมา เด็ก ๆ อาจจะไม่เข้าใจทั้งหมด กลายเป็นหนังครอบครัวที่เพิ่มสเกลให้ผู้ใหญ่ติดตามชมกันต่อ หลังจากที่โอลาฟได้เรียนรู้การอ่านหนังสือแล้ว เขาก็หลงใหลในความมหัศจรรย์ของชีวิต รู้มั้ยผู้ชายมีโอกาสจะถูกฟ้าผ่ามากกว่าผู้หญิงถึงหกเท่าเลยนะ แล้วรู้มั้ยว่าน้ำก็มีความทรงจำนะ คำพูดต่าง ๆ ของโอลาฟเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องเลยทีเดียว

อันนาเป็นตัวละครที่พัฒนาการเพิ่มขึ้นเล่นกัน เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี ที่ไม่เคยย่อท้อ อันนาจะไม่เป็นไรตราบเท่าที่เธอมีครอบครัวของเธอ เอเรนเดลปลอดภัยดีและเธอก็จะไม่อยู่ตามลำพังอีกต่อไป อันนาไม่มีอะไรจะเสียในหนังภาคแรก แต่ตอนนี้ เธอมีทุกอย่างให้สูญเสียเพราะเธอมีทุกอย่างเท่าที่เธอต้องการ ในขณะที่เอลซ่ากำลังโหยหาคำตอบ อันนากลับพยายามจะยึดติดกับทุกคนและทุกสิ่ง เธออาจจะสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงไม่สามารถจะมีความสุขและใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทด้วยกันตลอดชีวิตได้

เพลงในภาคนี้เน้นความนุ่มนวลและความหมาย มีเพลงยุคเก่าให้ผู้ชมรุ่นโต ๆ อย่างเราหวนคิดถึงอดีตบ้าง เพลงไม่มีที่โดดเด่นแบบ Let it go เลย หรืออาจจะเพราะ Let it go ภาคก่อนเป็นเพลงที่มีพลังอยู่เพลงเดียว ภาคนี้อัดเพลงกันมาตลอดทางแบบที่เพลงไม่ได้เอื่อยเฉื่อย ฟังแล้วรู้สึกอินไปกับเนื้อเรื่องในช่วงนั้น ๆ

ความเป็นดิสนีย์โดดเด่นตลอดเรื่อง งานภาพก็จัดเต็มไม่เสียชื่อและความเป็นภาคต่อ ความเป็นฤดูหนาวที่มีใบไม้ร่วงสีส้มพร้อมกับโทนสีม่วงแล้วกลืนไปกับสีนเำเงินฟ้าของความเย็นเป็นการเลือกเฉดสีที่ฉลาดและมีจุดเด่นกว่าภาคแรก มีชีวิตชีวาเพิ่มเติมขึ้นมา มีเรื่องลึกลับที่เป็นปริศนาชวนให้น่าติดตามอยู่เรื่อย ๆ ตื่นตาตื่นใจกว่าภาคแรก

Loading...
Loading...
คอหนังดอทคอม webkornang@gmail.com